อึ่งอ่าง

อึ่งอ่าง หรือ อึ่งยาง (อังกฤษ: Asian narrowmouth toads) เป็นสกุลของสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกจำพวกกบในสกุล Kaloula ในวงศ์อึ่งอ่าง (Microhylidae) วงศ์ย่อย Microhylinae

อึ่งอ่าง

พบกระจายพันธุ์ในทวีปเอเชีย เช่น เอเชียใต้, เอเชียตะวันออก และเอเชียอาคเนย์ ลักษณะโดยทั่วไป มีผิวหนังมันลื่น มีสีนํ้าตาลลายขาว ขนาดเมื่อโตเต็มที่มีความยาวประมาณ 7 เซนติเมตร มักทําตัวพองเมื่อถูกรบกวน มักร้องเสียงดังเมื่อนํ้านองโดยเฉพาะหลังฝนตกที่มีอากาศเย็นชื้น เสียงร้องดังระงม

การจำแนก

ปัจจุบันจำแนกออกได้มีประมาณ 17 ชนิด บางแหล่งข้อมูลยกให้ K. macrocephala Bourret 1942 เป็นชนิดที่ถูกต้อง ในขณะที่เว็บไซต์สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกโลกถือว่าเป็นชื่อพ้องของชนิด K. pulchra มี 2 ชนิดที่เพิ่งได้รับการอธิบายถึง (เมื่อปี ค.ศ. 2013) และมีอีกหลายชนิดที่ยังไม่ได้รับการบรรยาย

การแพร่กระจายของอึ่งอ่าง

อึ่งอ่างทุกชนิดพบแพร่กระจาย และอาศัยตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ตามหัวไร่ ปลายนา พื้นที่รกร้าง รวมถึงสามารถพบได้ตามแหล่งชุมชนของมนุษย์ แหล่งที่พบมากจะเป็นภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก และพบบ้างในภาคกลาง และภาคใต้

อึ่งอ่างบ้านหรืออึ่งยาง เป็นชนิดอึ่งที่พบได้มากตามป่า หัวไร่ปลายนา รวมถึงเป็นชนิดที่พบได้มากตามบ้านเรือนมนุษย์

อึ่งอ่างก้นขีด เป็นชนิดที่พบได้ตามป่า และหัวไร่ปลายนา พบค่อนข้างน้อยตามชุมชนบ้านเรือน

อึ่งเพ้า หรือ อึ่งปากขวด เป็นชนิดที่พบได้เฉพาะตามป่า และหัวไร่ปลายนา ไม่พบตามบ้านเรือน

ในประเทศไทยพบอย่างน้อย 3 ชนิด

  • อึ่งอ่างมลายู
  • อึ่งอ่างหลังขีด
  • อึ่งอ่างบ้าน, อึ่งยาง

อึ่งอ่างบ้าน

อึ่งอ่างบ้าน

อึ่งอ่างบ้าน หรือ อึ่งยาง (ชื่อวิทยาศาสตร์: Kaloula pulchra) หรือที่นิยมเรียกกันโดยทั่วไปว่า อึ่งอ่าง เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำชนิดหนึ่ง ในวงศ์อึ่งอ่าง (Microhylidae)

มีลำตัวอ้วนกลม ไม่มีคอ หัวกว้าง และปลายปากแหลมไม่มาก ขาและแขนค่อนข้างสั้น มีความยาวไล่เลี่ยกัน นิ้วมือและนิ้วเท้า ตอนปลายแผ่แบน และตัดตรงทางด้านหน้า ผิวหนังเรียบลื่น มีปุ่มเล็ก ๆ กระจายอยู่ทั่วหลังและมากในขาคู่หลัง

ใต้ฝ่าเท้ามีแผ่นแข็งยาวสองแผ่นใช้ในการขุดดิน ลำตัวด้านหลังสีออกน้ำตาลคล้ำ หรือน้ำตาลแกมแดง มีลายแถบกว้างสีน้ำตาลอ่อนพาด ตั้งแต่เหนือลูกตาจนถึงโคนขาทั้งสองข้าง ตรงปลายบนสุดแต่ละแถบยังเชื่อมต่อกันระหว่างลูก ตาทั้งสองข้าง ปลายล่างสุดในบางตัวลายแถบจะแตกออกเป็นปื้น ๆ แต่ยังอยู่ในแนวเดิม ใต้ ท้องสีออกคล้ำ โดยเฉพาะใต้คางมีสีเกือบดำ บริเวณอื่น ๆ เป็นลายตาข่ายสีออกม่วงคล้ำ ๆ เห็นไม่ชัดเจนนัก ยกเว้นในบางตัวที่มีขนาดใหญ่มาก

มีขนาดความยาวจัดจากปลายปากจนถึงก้นประมาณ 58–70 มิลลิเมตร มีอายุยืนเต็มที่ประมาณ 10 ปี

มีการแพร่กระจายพันธุ์ค่อนข้างกว้างขวาง ตั้งแต่อินเดีย, ศรีลังกา, จีนตอนใต้, พม่า, เวียดนาม, ลาว, กัมพูชา, ไทย จนถึงคาบสมุทรมลายู

ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ด้วยการขุดดินลึกลงไปซ่อนตัวอยู่ เลือกดินที่ชื้นและร่วนซุย เมื่อฝนตกจึงจะออกมาหากินเมื่อมีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน มักพบในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนกรกฎาคม เมื่อถูกรบกวนจะพองตัวออกจนกลมป่องคล้ายลูกบอล เสียงร้องจะเรียงเสียงว่า “อึ่ง ๆ ” อันเป็นที่มาของชื่อเรียก

ในช่วงชุกชุมมักถูกจับกินเป็นอาหารสำหรับบางพื้นที่

การแพร่กระจายของอึ่งอ่าง

อึ่งอ่างทุกชนิดพบแพร่กระจาย และอาศัยตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ตามหัวไร่ ปลายนา พื้นที่รกร้าง รวมถึงสามารถพบได้ตามแหล่งชุมชนของมนุษย์ แหล่งที่พบมากจะเป็นภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก และพบบ้างในภาคกลาง และภาคใต้

อึ่งอ่างบ้านหรืออึ่งยาง เป็นชนิดอึ่งที่พบได้มากตามป่า หัวไร่ปลายนา รวมถึงเป็นชนิดที่พบได้มากตามบ้านเรือนมนุษย์

อึ่งอ่างก้นขีด เป็นชนิดที่พบได้ตามป่า และหัวไร่ปลายนา พบค่อนข้างน้อยตามชุมชนบ้านเรือน

อึ่งเพ้า หรือ อึ่งปากขวด เป็นชนิดที่พบได้เฉพาะตามป่า และหัวไร่ปลายนา ไม่พบตามบ้านเรือน

แหล่งอาศัย

อึ่งในฤดูจำศีลจะขุดฝังตัวเองลึกลงไปในดิน ด้วยการหันหลัง และใช้ขาหลังขุดดิน และดันตัวเองลงด้านล่าง ซึ่งจะไม่ขุดดินออกให้เป็นรูกวาง แต่ดินจะถูกดันออกด้านข้างเพื่อให้ลำตัวแทรกดันลงได้ ทำให้ดินที่ขุดเลื่อนออกมาปิดรูไปเรื่อย ทำให้ดินบริเวณรูมีสีที่แตกต่างจากดินรอบข้างอย่างชัดเจน

แต่สีดินจะเริ่มเหมือนกัน หากขุดลึกมาก นอกจากนั้น ดินบริเวณรูที่ขุดจะมีความหนาแน่นต่างจากดินรอบข้างอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ความลึกของรูในช่วงฤดูจำศีล ต้นเดือนพฤศจิกายน-เมษายน จะมีความลึกมาก อาจมีความลึกได้ถึง 1 เมตร ขึ้นอยู่กับความชื้นของดินที่เหมาะสำหรับการพักตัว

สำหรับฤดูวางไข่ และออกหาอาหาร ซึ่งอยู่ในช่วงต้นฤดูฝนจนถึงปลายฤดูฝน ปลายเดือนเมษายน-ปลายเดือนตุลาคม ความลึกของรูในช่วงนี้จะลึกน้อยมากถึงปานกลาง แต่ส่วนใหญ่จะขุดดินไม่ลึก เพียงแค่ฝังตัวเองหลบในช่วงกลางวันเท่านั้น หรือ อาจหลบตามโพรงไม้ โพรงปลวก กองใบไม้ที่ค่อนข้างชื้นเท่านั้น และจะออกมาหาอาหารในเวลากลางคืน

อาหาร และการหาอาหาร

อาหารสำคัญของอึ่งอ่าง ได้แก่ ปลวก มด และแมลงชนิดต่างๆ ส่วนมากจะกินจำพวกปลวก แมงเม่า และมด เป็นหลัก

การสืบพันธุ์ และวางไข่

การผสมพันธุ์ และการวางไข่จะอยู่ในช่วงต้นฤดูฝน และสามารถผสมพันธุ์ได้หลายครั้งตลอดช่วงฤดูฝน แต่ส่วนมากจะผสมพันธุ์ประมาณ 1-2 ครั้ง เท่านั้น โดยจะมีการผสมพันธุ์มากในช่วงต้นฤดูฝน

หากฝนตกมาครั้งแรกในปริมาณไม่มาก อึ่งจะดันตัวเองขึ้นมาใกล้ผิวดินขึ้นมาเรื่อยๆ หรืออาจออกมาอาศัยตามโพรงหรือกองใบไม้เพื่อรอฝนชุดหลัง แต่หากฝนครั้งแรก หรือฝนตกอีกที่ทำให้มีน้ำนองหรือมีน้ำขังตามแอ่งต่างๆ อึ่งจะดันตัวเองออกจากรู และเดินเข้าหาแหล่งน้ำทันที เพื่อผสมพันธุ์ และวางไข่

การผสมพันธุ์จะเกิดขึ้นมากช่วงเวลากลางคืน แต่อาจผสมพันธุ์ในเวลากลางวันหากฝนตกกลางวันจนมีน้ำขังมาก และจะเกิดขึ้นได้เฉพาะในแหล่งน้ำขังใหม่เท่านั้น ซึ่งอึ่งจะไม่เลือกแหล่งน้ำเดิมที่มีน้ำขังจากปีที่แล้ว หรืออาจเลือกหากแหล่งน้ำเดิมมีน้อย และมีการเติมจากฝนของปีนี้มากกว่า โดยก่อนผสมพันธุ์ อึ่งเพศผู้จะพองตัว และลอยน้ำ แล้วส่งเสียงร้องเรียกอึ่งเพศเมีย เมื่อผสมพันธุ์แล้ว อึ่งเพศเมียจะวางไข่ในแหล่งน้ำ และเมื่อก่อนถึงตะวันขึ้น หรือหากผสมพันธุ์ และวางไข่เสร็จ อึ่งก็จะแยกย้ายหาแหล่งขุดรูหรือโพรงหลบซ่อนต่อไป

สำหรับไข่อึ่งอ่าง ในช่วงแรกไข่จะติดกันเป็นแผ่นใหญ่ลอยเหนือผิวน้ำ ซึ่งแตกต่างจากไข่คางคกที่มีลักษณะเป็นเส้นสีดำยาว หลังจากนั้น ไข่จะค่อยแยกตัวกัน และจมลงใต้ผิวน้ำจนฟักออกมาเป็นลูกอ๊อด และเจริญมีขา แล้วอพยพขึ้นบนบกอีกครั้ง

การป้องกันตัวเองของ อึ่งอ่าง

อึ่งเมื่อมีภัยหรือถูกคุกคามจากสัตว์อื่น เช่น งู ตะขาบ ก็จะใช้วิธีการพองตัวด้วยการสูบลมเข้าท้อง พร้อมขับเมือกเป็นยางเหนียวออกมา ทำให้การจับหรือคาบของสัตว์อื่นมีการลื่นไหล อึ่งจึงสามารถสลัดตัวออกได้ง่าย

สำหรับการจับอึ่ง หากไม่ใส่ถุงมือก็จะทำให้ยางอึ่งเกาะติดเต็มฝ่ามือได้ง่าย

การจับ อึ่งอ่าง

การจับอึ่งจะใช้เพียง 3 วิธี เท่านั้น คือ การจับขณะฝนตกกลางวัน การส่องอึ่งกลางคืน และการขุดอึ่ง

  1. การจับอึ่งกลางวัน จะจับได้ก็ต่อเมื่อมีฝนตกหนักจนเกิดแหล่งน้ำขัง ซึ่งอึ่งจะออกจากหลบอาศัยแล้วจะคลานหรือกระโดดเข้าหาแหล่งน้ำ ซึ่งคนจับจะคอยดักจับตามแหล่งน้ำนั้นๆ แต่บางพื้นที่ เมื่อฝนตกหนักก็มักจะออกเดินจับตามถนนหรือพื้นที่โล่งที่สามารถมองเห็นตัวอึ่งได้
  2. การส่องอึ่งในเวลากลางคืนจะส่องในขณะที่ฝนตกหรือหลังจากฝนหยุดตกแล้ว ซึ่งหากเป็นฝนแรกๆ อึ่งที่ออกมาผสมพันธุ์จะออกมาเพื่อผสมพันธุ์ และหากเลยนั้นไป ส่วนมากจะเป็นอึ่งที่ออกหาอาหาร

สำหรับการส่องอึ่งขณะฝนตก คนจับมักจะคอยดักจับตามแหล่งน้ำขังใหม่ โดยจะมุ่งไปยังแหล่งน้ำตามเสียงที่อึ่งร้อง ส่วนการส่องหลังฝนตก มักจะออกส่องตามโคนต้นไม้ จอมปลวก และตามลานดิน เพราะเป็นบริเวณที่อึ่งจะออกมาคอยดักกินแมงเม่า

  1. การขุดอึ่ง ถือเป็นวิธีที่ไม่นิยม เนื่องจากเป็นวิธีที่ต้องหารูอึ่งก่อนขุดรูอึ่งนี้จะหายากมาก เพราะอึ่งมักขุดรูในขณะที่ฝนตกปรอยๆทำให้ไม่เห็นร่องรอยของรูอึ่งได้

แต่บางครั้ง ก็อาจยังเหลือร่องรอยให้เห็นบ้าง ซึ่งรูอึ่งจะมีลักษณะเป็นขุยดินพูนขึ้นมาเล็กน้อย สีขุยดินสีมีแตกต่างจากผิวหน้าดินอย่างชัดเจน เมื่อขุดหน้าดินออกจะพบรอยรูขุดหรือบั้งรูเป็นสีดินจางๆแตกต่างจากดินรอบข้าง ลักษณะรอยรูหรือบั้งจะเป็นวงรีตามขนาดลำตัวของอึ่ง ทั้งนี้ หากขุดลึกแล้วจำเป็นต้องใช้นิ้วแหย่นำเป็นรูบั้งตามทุกครั้ง เพราะหากใช้วิธีสังเกตุความต่างของสีดินจะใช้ไม่ได้ผล เพราะสีดินจะเหมือนกัน นอกจากนั้น จะเป็นการช่วยระวังไม่ให้เสียมสับตัวอึ่งได้

ขอบคุณรูปภาพจาก : Google

สื่อที่เกี่ยวข้อง :ปลาฉลามหัวค้อน
เสือดำ
เต่าทะเล
วาฬสีน้ำเงิน
เสือชีตาห์
ซาลาแมนเดอร์
ฉลาม
เสือ
กบ
สิงโต
วาฬเพชฌฆาต